วันพุธที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2554

มาแว้ววว ..รวมพล คนดูดเกือก !!! จาก ๑๐ เบื๊อก ทำทันทีของ หม่อมปลื้ม สามกระจุก ถึง ปลายฝันนิรโทษกรรมของท่านผู้ทรงเกียรติ.. เต้น เหวง ตู่ ..ไพร่ ทาส ..ขี้คุก อัพเกรด !!!..

.. ขอบคุณภาพจาก ผู้จัดการ โพสต์ทูเดย์ Facebook และ อื่นๆในอินเตอร์เน็ต ..
........................................
ติดตาม เพื่อนร่วมชาติของข้า !!! ใน Facebook ตาม Link นี้ครับ

..........................................
มา แว้ววว ..รวมพล คนดูดเกือก !!! จาก ๑๐ เบื๊อก ทำทันทีของ หม่อมปลื้ม สามกระจุก ถึง ปลายฝันนิรโทษกรรมของท่านผู้ทรงเกียรติ.. เต้น เหวง ตู่  ..ไพร่ ทาส ..ขี้คุก อัพเกรด !!!..



















โบราณว่าไว้..
ไร้วาสนาอย่าขอพร ..
ใครอยากได้เงินดอลล์..ให้หิ้วกระเป๋าไปขอพ่อแม้วเอาที่ต่างประเทศ..
เมืองไทยยามเรตติ้งเหตุอาเพศพุ่งกระฉูดแบบนี้ เอาอูฐ ช้าง ม้า ลา ควาย ที่ไหนมาฉุดก็ฉุดไม่อยู่..
บทจะเกิดอาเพศก็เกิดเหตุแบบซ้ำๆซ้อนๆติดๆกันซะสนั่นหวั่นไหว โดยเฉพาะ..ภายหลังวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๕๔ เป็นต้นมา ..
พวกฮัดเช้ย_ห่าสารพัดสัตว์ ออกมาเดินกันให้เกลื่อนถนน..
จนคนสับสนว่า..พวกไหนหว่าจะได้เข้าสภา ??..
พวกไหนหนาจะได้ไป..เขาดิน ??..
ใคร จะอยู่ ? ..ใครจะไป ?..เดี๋ยวก็รู้ว่า..หมู่ หรือ จ่า ?..ว่าแท้จริงแล้วเสียงดังกระโชกโฮกฮากข่มขู่ชาวบ้านชาวเมืองเขามาแต่ไกล นั่นน่ะ ..ใช่เสียงของ..หมา หรือ เสือ ..หรือ ..แมว ??..
ไอ้ที่มา วางกร่างวางท่าว่าเป็น เสือ สิงห์ กระทิง แรด และ นายแบบโหวตโนอยู่เต็มสภาในตอนนี้นั้น มันจะกร่างวางมาดสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติไปได้สักกี่น้ำ ?? ห้าวเป้ง.แบบนี้ส่วนใหญ่มักจะมีบั้นปลายกลายเป็นสมาชิกผู้ทรงเกือก และ สมาชิกผู้โดนเกือกคอมแบตถีบส่ง..แทบทั้งสิ้น !!..
รัฐบาลปูแดง..จะว่า ไปแล้วมีของแสลงรออยู่เต็มร่ายทางอนาคตไปหมด ไม่รู้จะไปจบเห่เอาท่าไหนดี ? ..เหตุเพราะแต่ละท่า ..ที่ปูแดงรอจบเห่นั้น ..ดูท่าจะเละเป็นโจ๊ก ตามแบบฉบับ..ยิ่งลักษณ์ ยิ่งเละ ..ต้องเละตุ้มเป๊ะมันไปหมดทุกท่าแน่นอน ..
การ มีพวกขี้ข้าหมาเห่าคอยส่งเสียงขู่ชาวบ้านเขาเพื่อเอาใจนายนั้น บ่อยครั้งที่มันนำอันตรายมาสู่นายข้าวนายกระดูกโดยใช่เรื่อง ..เรียกว่าเลี้ยงกันไปก็เปลืองข้าวสุกกันเปล่าๆ ..
ถ้าจะอยากสนุกปากแบบนี้ ถ้าอยากจะคิดอะไรพิเรนทร์ๆแบบนี้ ..
เพื่อให้นายใหญ่นายหญิงฉิบหายวอดวายไวกว่าที่คิด..แบบนี้ .. 
สู้ให้นายใหญ่นายหญิงหนีไปผูกคอตายซะดีๆ..
ไม่ดีกว่า..เหร๊อ ??..
.......................................
ภายหลัง..
ประกาศผลการเลือกตั้ง..
ของ กกต.หนังหยาบ เจ้าปัญหา
ไพร่แดงก็ได้เหลิงใจเริงร่ากันมาต่อเนื่องแบบยกเซ็ต..
ชาว บ้านชาวเมืองที่เขาเห็นต่างก็ได้แต่ด่าเช็ดเม็ด กกต. ว่าถ้าขืนทำงานหวงตัวกลัวตาย กลัวแดงข่มขู่อยู่แบบนี้ จะอยู่ทำงานกันต่อไปไปทำไมให้มันหนักสำนักงาน จะอยู่ต่อไปให้มันเปลืองงบประมาณเปลืองภาษีประชาชนอยู่ทำไม ??..
ลา ออกไปทั้งคณะไปเลยสิ้นเรื่อง อยู่ไปก็ไม่มีประโยชน์ต่อแผ่นดินเพราะตัดสินใจอะไรไม่ได้ โดนพวกไพร่แดงข่มขู่กี่รอบต่อกี่รอบ ..ก็ออกอาการขี้หดตดหายกันไปหมดอีหรอบเดิม ..
แบบนี้เราจะมี กกต.เอาไว้ทำไม ? ..มิแซ่บบบ..
มันไร้ประโยชน์..นะคร๊าบบ !!!..
ใน คูหาเลือกตั้งก็มีพวกแดงแจ๋แดงเถือกไปนั่งสังเกตการณ์ (ข่มขู่) ผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งอยู่เต็มแทบทุกคูหา คนมาใช้สิทธิ์หลายคนก็ไม่ได้ใช้สิทธิ์เพราะความผิดพลาดในการทำงานของ กกต.ตั้งมากมายก่ายกอง การประชาสัมพันธ์ให้คนออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งก็สุดแสนจะโหลยโท่ยคนยังนอน หลับทับสิทธิ์เต็มบ้านเต็มเมือง..
ช่วง ที่มีการเลือกตั้งก็ปล่อยให้ไพร่แดง และ พวกม็อบกู้ส้วมโหวตโน ..ทำการข่มขู่คุกคาม และ ตามราวีพรรคประชาธิปัตย์ตลอด .. กกต.มันดูแลการเลือกตั้งให้เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย..ได้ตรงไหนหรือ ??..
ทำ งานได้แค่นี้บอกตามตรง ..เอาหมาไหน ? มาเป็น กกต. ก็ได้..สบายมาก เพราะที่ผ่านมา กกต. มีข้อแม้ตลอด มีเงื่อนไขปัญหาตลอด และ ปล่อยข่าวสัมภาษณ์สื่อแบบชี้นำส่งเดชมาโดยตลอด สร้างความสับสนให้กับผู้คนในสังคมไทยตลอด..โดยที่งานด้านการตรวจสอบการ ทุจริตการเลือกตั้งนั้นไม่เสร็จสักเรื่องที่เป็นเรื่องสำคัญๆ  !!!..
ที่ ผ่านมาไพร่แดงมันอ้างว่ากลัวจะโดนคนอื่นเขาโกงที่แท้ กกต. ก็ปล่อยมันไปคอยนั่งโกงนอนโกงคนอื่นเขาอยู่เต็มทั่วประเทศ พอเขาจับได้มีหลักฐานฟ้องร้องเอาผิดกันเข้ามา ก็อ้างว่าเอกสารมันเยอะคนฟ้องร้องเยอะทำไม่ทัน แทนที่เร่งทำงานกลับมาตะแบงเสนอหน้าออกสื่ออยู่ทุกวี่ทุกวัน สุดท้ายก็ปล่อยพวกเผาบ้านเผาเมืองมันเข้ามาเต็มสภากลายเป็นงานยากของชาติ บ้านเมืองไปเลย..
อย่ามาโม้ว่าจะตามสอยทีหลัง น้ำหน้าอย่าง กกต.ชุดนี้ผลงานมันมีให้เห็นอยู่แล้ว โดนไพร่แดงขู่มาตลอดและก็สมยอมยอมทำตามคำขู่นั้นทุกครั้ง ใครทักท้วงก็ไม่ฟังนั่งเปลืองภาษีประชาชนเป็นรายวันอยู่ได้..
อย่าได้ แปลกใจหากขั้นตอนต่อไปนี้คนที่เขาคัดค้านคนที่เขาทักท้วงเขาจะทวงคืนความ ยุติธรรมให้กับชาติบ้านเมือง ด้วยการฟ้องร้องเอาผิดกับ กกต. ชุดเห็ดไม่สดนี้ ..แบบยกแผง !!..
อ่านรายละเอียดข่าวประกอบเรื่องตามนี้ครับ..
ทีมกฎหมาย ปชป. รับ ผิดหวัง กกต. รับรอง "จตุพร" รอดูรายละเอียดการพิจารณาอย่างชัดเจน ก่อนดำเนินการต่อไป
http://www.innnews.co.th/ปชป-รอดูรายละเอียดจตุพร-ก่อนดำเนินการต่อ--300017_01.html
ชะตากรรมชีวิตของ กกต. ชุดนี้..ก็คงจะจบลงคล้ายๆกับ คณะลิเกสามหนาห้าห่วง นั่นแหละ..
ฝ่ายกฎหมายของ ปชป. แม่นข้อมูลเพียงพอที่จะเอาผิดกับความไม่โปร่งใสของ กกต. ชุดนี้ได้..
ใครทำอะไรไว้มันก็ต้องได้รับผลกรรม..
ที่มันก่อมันทำกันไว้นั่นแหละ !!!..
....................................
อนาคตต่อไปข้างหน้า..
อะไรๆก็ดูจะดีเข้าท่าเข้าทางโจรเผาเมืองหมด..
ล่าสุด ลูกกระจ๊อกชั้นปลายแถวส่งเสียงเจื้อยแจ้วออกมาเร่งความแรงกันถี่ยิบ..
โดย เฉพาะ ..หม่อมสามกระจุก จาก แม้ว ทีวี  ที่ส่งเสียงเจี้ยวจ้าวห้าวเป้งมาแต่ไกลเพื่อเอาใจพวกไพร่แดงแฟนคลับและนาย เงิน ฟังไปๆก็คล้ายๆเสียงของพวกเด็กทารกอมมือที่ร้องงอแงเอาแต่ใจตัวเอง แบบว่า หนูจะเอา หนูจะเอา ..อะไรประมาณนั้นนั่นแหละ..
แหม ..ทำอวดเก่งอวดดีสะเออะเสนอแนะภารกิจใหม่เร่งด่วนแก่นายหญิง..
เสนออะไรไม่เสนอดันไปเสนอหนทางสู่นรกอเวจี ..ให้กับปูแดงซะงั้น !!! ..
ทัศนะ ของ หม่อมสามกระจุกเนี่ยจะว่าไปแล้วมันเป็นแนวคิดพวกฝักใฝ่เผด็จการทุนนิยมสุด โต่ง มองโลกในแง่งมโข่งและงมงายในอำนาจวาสนาเกินไป พูดอวยอำนาจเผด็จการของฝ่ายรัฐบาลปูแดงจนเกินไป จนเลยเถิดไปไกลถึงขั้นจะเอานรกมาใส่หัวกบาลนายหญิงวันนี้พรุ่งนี้เสียด้วย ซ้ำ โดยเฉพาะประเด็นโยกย้ายข้าราชการเนี่ยแหละ ..
หม่อมสามกระจุก พูดแบบเย้ยฟ้าท้าดินเกินไป..ท้าชนส้นคอมแบตทหารกันแบบโต้งๆไปเลยแบบนี้ มันช่างสวนทางกันเหลือเกินกับคำสัญญาหน้าหนา..ของใครก็ไม่รู้ ? ที่โดนพี่ชายหน้าเหลี่ยมเชิดออกมายืนจีบปากจีบคอหลอกชาวบ้านชาวเมืองเขา ว่า..พรรคเผาไทยนั้น..ไม่คิดแก้แค้น แต่จะแก้ไข !!!..
ทว่า เท่าที่ฟัง  หม่อมสามกระจุก ร่ายลมปากเหม็นๆมาทั้งหมด ๑๐ ข้อนั้น ..
มี ๗ - ๘ ข้อที่มันไม่คิดจะแก้ไข แต่มันคิดจะแก้แค้นท่าเดียว..ชัดๆ !!..
ภารกิจ ใหม่ ๑๐ ข้อ ทำทันที ..ของ หม่อมสามกระจุก เนี่ยทหารได้ยินแล้วขำก๊าก ขัดลำกล้องปืน เช็ดส้นคอมแบตไว้รอเลย ถ้าส้นคอมแบตจะฟาดหน้าฟาดปากใครก่อนเพื่อนในรอบต่อไปนั้น ..
ทหารเขาคงจะกาหัวกบาล หม่อมสามกระจุกปากดี..ไว้เป็นรายชื่อลำดับต้นๆแน่ๆ !!!..
โทษฐานอวดดี..มาแหย่..เสือหลับ !!!..
อ่านรายละเอียดข่าวประกอบเรื่องตามนี้ครับ ..
ภารกิจรัฐบาลใหม่
http://shows.voicetv.co.th/the-daily-dose/15109.html
ภารกิจรัฐบาลใหม่มีดังต่อไปนี้
๑. ย้ายผบ.ทบ./ตั้งเตรียม ๑๐ รมว.กลาโหม/รื้อโผทหาร
๒. ตั้งผบ.ตร. พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงษ์
๓. ย้ายอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ
๔. ตั้งอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์/ผอ.ช่อง ๑๑ คนใหม่
๕. รื้อผังรายการช่อง ๑๑
๖. เปลี่ยนบอร์ดอสมท./การท่าฯ
๗. กลับเข้า UNESCO/เจรจา OCA กับกัมพูชา
๘. เเก้รัฐธรรมนูญ/มาตรา ๑๑๒ กฏหมายอาญา
๙. กำหนดเงินเดือนข้าราชการที่ ๑๕,๐๐๐ บาทขึ้นต่ำสำหรับ ซี ๔
๑๐. ขึ้นค่าเเรงขั้นต่ำทันที ๓๐๐ บาท/วัน
..............................
หากพิจารณา..
กันตามอารมณ์แนวคิดเบื๊อกๆ ๑๐ ข้อ ของหม่อมสามกระจุก..
ที่สาระแน..แคะขี้หมูในรูสมองมาผสมขี้ตัวเองเพื่อลองของทหารแบบนี้ ..
เรา ในฐานะท่านผู้ชมคนดูก็พอจะรู้และฟันธงได้ทันทีว่า..หม่อมสามกระจุกไม่ได้คิด เองคนเดียวหรอก ??..แนวคิดที่ว่านี้ ..มันชัดเจนแน่นอนว่า ..มันเป็นความคิด และ แผนการณ์ลึกๆในใจของ ทักษิณ ชินวัตร นั่นแหละ !!!..
ตอนนี้เรารอ แค่ว่า..ทักษิณ ชินวัตร มันจะสั่งรัฐบาลโคลนนิ่งของมัน ดีเดย์เริ่มทำกันวันไหนแค่นั้นเอง ??..หม่อมสามกระจุก มันก็แค่พวกลูกจ้างเป่าแตร ที่รับจ้างเป่าเสียงสูงเสียงต่ำเพี้ยนๆป่วนรูหูคู่ต่อสู้ไปวันๆ..แค่นั้นเอง !!!..
แนวคิดพวกนี้ไม่ใช่ไม่มีใครในฝ่ายตรงข้ามทักษิณที่เขาไม่รู้ ? หรือ ไม่มีใครที่เขาจะมองเกมพี่แม้วแดงของน้องปูแดงไม่ออก ??..ตรงกันข้ามฝ่ายตรงข้ามทักษิณนั้น เขากลับไปตั้งหลักรอสวนกลับแรงๆ ตั้งแต่หลังทราบผลการเลือกตั้งกันแล้วด้วยซ้ำ ?? ..
มีอำนาจรัฐถือไว้ ในมือ แต่ไม่ถือไว้เพื่อใช้ประโยชน์ทำงานเพื่อชาติบ้านเมือง ดันตั้งท่ามาหาเรื่องชาวบ้านชาวเมืองเขาตั้งแต่ยังไม่เริ่มทำงานมีผลงานห่า อะไรเป็นชิ้นเป็นอันสักอย่าง ..
เอาแต่กร่างอ้างว่าชนะเลือกตั้ง ประชาชนส่วนใหญ่เลือกเข้ามา วันๆก็เอาแต่คุยโวอวดดีอวดเก่งอย่างเดียวไม่เหลียวดูสารรูปตัวเอง ไม่เหลียวดูสารรูปรัฐบาลตัวเองว่ามันจะไปรอดไม่รอด ??..
ใน ขณะที่หม่อมสามกระจุกของเรากำลังคลำหาส้นคอมแบตทหารอยู่นั้น ประชาชนแดงเถือกที่หม่อมสามกระจุกอ้างว่าเป็นเสียงส่วนใหญ่ของประเทศ ต่างก็กำลังประสบกับปัญหาชีวิตอย่างหนัก ..โดนพายุฝนกระหน่ำซัดจนโงหัวไม่ขึ้นกันมาแรมเดือนแล้ว..
ปัญหาข้าว ของราคาแพง ปัญหาคนยากคนจน ปัญหาภัยธรรมชาติที่กำลังล่อชาวนาจนโงหัวไม่ขึ้น มันไม่เคยหลุดมาจากปากรัฐบาลใหม่ปูแดงเลยว่าจะแก้ไขอย่างไร ? จะทำอย่างไรเพื่อช่วยเหลือพวกเขา ?..อย่างน้อยๆก็บอกให้พวกเขามีความหวังมีความฝันลมๆแล้งๆเหมือนตอนหาเสียง เลือกตั้งบ้างก็ยังดี !!..นี่มันเอาแต่..เงียบฉี่ !!!..
วันๆฝ่าย รัฐบาลปูแดง ไม่ว่าจะแกนนำไพร่แดง ไม่ว่าจะเป็นสื่อเสี้ยมสีแดง เอาแต่มานั่งคิดจะจัดการใครก่อนดี ? จะตามราวีใครบ้าง ?? จะไปกร่างใส่ใครต่อ ?? ..
แล้วมันจะไม่ก่อเกิดสงครามกลางเมืองกันในเร็ววันเลยหรือแบบนี้ ???..
อย่างนี้มันจะไปรอด..ไหวเหร๊อ ?? รัฐบาลปูแดงเนี่ย ๖ เดือนนานเกินไปมั้ง ??..
หากว่าตามเรตติ้ง..แรงดูดเกือกของพวกลูกกระจ๊อกปลายแถวพวกนี้ !!..
เดือนสองเดือนข้างหน้าเนี่ย ..ก็น่าจะอยู่ในภาวะโคม่า!!!..
สุ่มเสี่ยง..ที่จะโดนทหารออกมาถีบตกเก้าอี้กันไปอีกรอบแหงๆ !!!..
........................................
 
เวรกรรมนายแม้วจริงๆ..
ที่มีแต่พวกลูกกระจ๊อกที่ขยันโชว์โง่กันจนออกนอกหน้า..
วันก่อน..เสียงแนะนำเส้นทางไปนรกดังมาจากหม่อมสามกระจุก..
วานนี้ ตู่ จตุพร ที่เพิ่งออกมาจากคุก..ก็มาคอนเฟิร์มตั่วไปทัวร์นรกกันต่อ..
รอบ นี้ศาลปล่อยตัวชั่วคราว ตู่ จตุพร ให้ได้มาเป็น ส.ส. ลำดับที่ ๕๐๐ พอดิบพอดี ไม่รู้ว่าผีผลักหรือนรกถีบให้มาลงเอยกับเลขนี้ แต่ว่าเลขที่นี้ก็เหมาะสมกับ ตู่ จตุพร ดีแล้วล่ะ ..
เพราะพอออกจากคุกมาก็มาวาดลวดลายท้าตีท้าต่อยกับชาวบ้านเขา..
ชนิดสวนทางสคริปต์ เผาไทยไม่คิดแก้แค้นแต่จะแก้ไข ของนายกฯหญิงหมด ..
เฉกเช่นเดียวกันกับ..หม่อมสามกระจุกไม่มีผิดเพี้ยน !!!..
อ่านรายละเอียดข่าวประกอบเรื่องตามนี้ครับ..
“ไอ้ตู่” ออกคุก กัด “สุเทพ” ขุดรูอยู่หรือยัง “เต้น” ขอบคุณ กกต. ให้ความยุติธรรม
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9540000095690
ตู่ จตุพร ..
พูดออกมาอย่างนี้แล้ว..
นายหญิงปูแดงจะเอาหน้าไปซุกไว้ที่ไหน ?..
ไหนล่ะ ..คำว่า ปรองดองของน้องปูแดงน่ะ..อยู่ไหนหรือ ??..
นาย หญิงปูแดงตอนนี้มองไปทางไหน ? ก็มีแต่เรื่องหายนะที่ให้เฝ้าคิดเฝ้าระวังตลอด รายชื่อ ครม.ยังไม่ออกมา ก็โดนชาวบ้านเขาด่าทั่วบ้านทั่วเมืองแล้ว กับเรื่องของการออกตัวแต่ไก่โห่เกี่ยวกับนโยบายต่างๆที่สัญญาไว้กับประชาชน แล้วว่าจะทำแต่ตอนนี้ทำท่าว่าจะทำไม่ได้ หรือ ถ้าทำก็คงจะทำแบบล้างผลาญภาษีประชาชนเอาไปอุ้มนายทุนเพื่อให้นายทุนยืนได้ แต่ชาวบ้านตายห่านั่นแหละ ..
บางนโยบายตอนนี้พรรคเผาไทยเพื่อแม้วของ น้องปูแดงก็ออกมาปฏิเสธพับโครงการกันไปดื้อๆแล้วหลายโครงการด้วยซ้ำไป..โทษ ฐานคิดเพื่อโม้ แต่ไม่ได้คิดเพื่อทำ เพราะมันไม่มีปัญญาจะทำ เป็นเพียงแค่..เทคนิคในการหาเสียง !!!..
วันนี้ ชาวนากำลังเดือดร้อน และ กำลังสับสนอย่างหนักต่อทิศทางไปของอนาคตชาวนาในภาคการเกษตร หากระบบจำนำถูกนำมาใช้แทนระบบประกันรายได้ในรัฐบาลปูแดงนี้ ทุ่งนาที่เละตุ้มเป๊ะไปกับพายุฝนอยู่ในขณะนี้ก็อาจจะต้องเน่าฟรี เพราะไม่มีค่าตอบแทนอะไรมาชดเชยจากทางรัฐบาลอีกต่อไปแล้ว ..
อ่านรายละเอียดข่าวประกอบเรื่องตามนี้ครับ..
ปภ. สรุปพิษพายุ 'นกเตน' เสียหาย 14 จว.
http://www.innnews.co.th/ปภ-สรุปพิษพายุ-นกเตน-เสียหาย-14-จว--299963_03.html
พวก โรงสีที่มันตุนข้าวไว้ พวกข้าวถุงที่มันกำลังโก่งราคา หรือ พวกชาวนาที่ไม่ประสบปัญหาน้ำท่วม และ กำลังฝันหวานถึงราคาข้าวเปลือกตันละ ๑๕,๐๐๐ ก็คงจะออกมาอาละวาดกันแน่ๆหากไม่มีระบบรับจำนำมาใช้ในปีนี้ โดยเฉพาะเครือข่ายชาวนาทั้งหลายแหล่ที่มีพลังมวลชนเอาไว้กดดันรัฐบาลนั่นแหละ ..
ส่วน พวกชาวนาที่ไม่มีพลังกดดันอะไรมีแต่พลังกดเอทีเอ็มจ่ายหนี้ก็ก้มหน้าก้มตาหา เงินมาใช้หนี้ที่ลงทุนไป ..กว่าบัตรรูดปื๊ด รูดปรื๊ดด บัตรเครดิตชาวนาของรัฐบาลปูแดงจะมีออกมาให้ใช้ได้..ปูแดงเองก็อาจจะเกิดอุ บัตเหตุได้อำลาชีวิตทางการเมืองของตัวเองไปก่อนเวลาอันควรก็ได้..ใครจะไปรู้ ??!!...
ก็อยู่แบบไม่คิดแก้ไขแต่จะมาแก้แค้นแบบนี้..มันก็มีแต่ลาง หายนะ ลางสงครามกลางเมือง ลางจลาจลนองเลือดรออยู่ข้างหน้าทั้งนั้น ..มันจะเอาเวลาไหน ? ปัญญาไหนไปคิดไปทำไปบริหารประเทศชาติบ้านเมืองให้เจริญรุ่งเรืองต่อไปได้ ??..
พวกชาวนา เบอร์ ๑ ..พวกแรงงาน เบอร์ ๑ ..พวกปริญญาตรี เบอร์ ๑ ..
ก็คงจะกลายเป็นเพียงกลุ่มคนช่างฝัน..ผู้น่าเวทนาไปในบัดดล..
เพราะผลของการเลือก..ที่ไม่ดูตาม้าตาเรือให้ดีๆนี่แหละ !!!..
.....................................
สุดท้ายนี้..
ก็อยากจะฝากถึงนายกฯหญิงปูแดงของเราเสียหน่อย..
หากคิดจะปล่อยให้พวกแกนนำไพร่แดง หรือ สื่อเสี้ยมแดง แหกปากกร่างอย่างนี้ไปเรื่อยๆ..
ก็ นับอายุงานการทำงานทางการเมืองของตัวเองแบบเป็นรายวันไปได้เลยครับ อย่าไปนับมันเป็นเดือนเป็นปี เพราะตราบใดที่พวกไพร่ทาสบริวารทั้งหลายของตัวเองนั้นไม่หัดสงบปากสงบคำ ไม่หัดที่จะหยุดอันธพาลข่มขู่ และ ที่รู้ๆกันในหมู่ชาวบ้านร้านรวงตลาดทั่วไปอีกอย่างก็คือ..หากมันไม่หยุดที่ จะออกไปปลุกระดมมวลชนไพร่แดงให้เตรียมพร้อมออกอาละวาด เตรียมพร้อมเอาพลังกฎหมู่มาอยู่เหนือกฎหมายเพื่อการอาฆาตมาดร้ายต่อฝ่าย อื่นๆ ..
รับประกันซ่อมฟรี ปูแดง..ไม่มีอนาคตที่ดีแน่ !! ..
ปัญหา ของรัฐบาลชุดนี้ ..พี่แม้วแดงของน้องปูแดงมันรู้ดีว่าหากขืนปล่อยพวกไพร่แดงกร่างต่อไปเช่น นี้ แผนการร้ายๆที่มันวางเอาไว้มีหวังแผนพังไม่เป็นท่า ? อุตส่าห์มาไกลถึงขั้นนี้ได้จะให้มาจอดป้ายเพราะปากของพวกเหล่าวายร้ายบ่าว รับใช้มันก็ดูจะเป็นการทรมานนายใหญ่ และ ปล่อยให้นายใหญ่ได้อายหมาบ่อยครั้งจนเกินไปแล้ว..
ดัง นั้น การเบรคสกัดความห้าวเป้งของพวกแกนนำไพร่แดง หลังจากมีการแต่งตั้ง ครม.เสร็จจึงน่าจะเป็นภารกิจแรกๆที่ปูแดงสมควรที่จะเข้าไปทำ และ สมควรที่จะทำให้ได้ ถ้าไม่ได้ก็ไม่สมควรที่จะอยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกต่อไป ..
หากอยาก มีเกียรติประวัติการทำงานที่ดี ไม่อยากปล่อยหน้าอกเสื้อสูทขาวของตนนั้น ขาวโพลนจนไม่มีเกียรติคุณอะไรห้อยต่องแต่งเลยสักชิ้น และ ไม่มีสายสะพายอะไรกับชาวบ้านเขาเลยแบบนั้น ปูแดงก็ควรที่จะหันไปปรามพวกลูกน้องที่มันเห่าเก่งๆ ..
อย่าปล่อยให้มันเห่าเสียจนผู้คนฝ่ายตรงข้ามเขาทนไม่ไหว..
จนต้องออกจากบ้านไปห่ำหั่นให้มันพังกันไปข้าง !!!...
ที่ สำคัญ..ข้างที่มันจะพังในตอนนี้นั้น มันน่าจะเป็นข้างน้องปูแดงเสียมากกว่า เพราะยังไม่ทันได้เริ่มทำงานทำการอะไรก็เอาแต่จะหาเรื่องใส่ฝ่ายตรงข้าม เดินหน้าสู่สงครามกลางเมืองไม่เลิก สร้างศัตรูไม่หยุด !!! ..
ปูแดง ต้องจำเอาไว้อย่างหนึ่งว่าในฐานะผู้นำประเทศ คนเรามันจะงามงามที่จิตใจไม่ใช่แป้งโปะ ..ทำอะไรก็ให้มันสมกับเป็นผู้นำประเทศหน่อย อย่าปล่อยให้พวกแกนนำไพร่แดงมันข้ามหัวขึ้นมาเป็นผู้นำประเทศแทน ใครเขาเห็นก็ให้รู้สึกสมเพชเวทนาน้องปูแดงจนบอกไม่ถูก ..
เป็นผู้นำ คนก็ต้องทำตนให้เป็นประโยชน์ จะมาอุปโลกน์ปล่อยสื่อเชลียร์ ปล่อยโพลล์เชลียร์ ปล่อยลิ่วล้อนอมินี่ออกมาเดินป่วนถนนเดินตะโกนเชลียร์เหยงๆ ว่าปูแดงนั้นเก่งว่าปูแดงนั้นเลิศว่าปูแดงนั้นดีอย่างไรนั้น มันไม่เกิดประโยชน์หรอก ..
ผลงานไม่มีมันก็เห็นกันอยู่ตำตา ประสบการณ์การทำงานทางการเมือง เครื่องราชอิสริยาภรณ์การทำคุณประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองนั้น ..ปูแดงไม่เคยได้มา มันก็เห็นๆกันอยู่ !!!..
ลอง เปรียบเทียบ..คุณค่าจากเครื่องราชอิสริยาภรณ์ และ สายสะพายบนหน้าอกเสื้อของตัวเองดูซิว่า มีเหมือนชาวบ้านชาวเมืองรอบข้างเขาหรือเปล่า ??..เอาเวลาไปทำอะไรมา อยู่ในแวดวงธุรกิจมา ๒๐ กว่าปี ไม่มีอะไรที่ทำคุณงามความดีต่อชาติบ้านเมืองเลยเหรอ ?..
ปู แดง ควรจะพิจารณาตัวเอง พิจารณาคนรอบข้างตัวเองให้มากๆ ถ้าอยากจะเดินต่อไปบนเส้นทางการเมือง อย่าคิดว่ามันเป็นเรื่องขำๆ เป็นงานประจำของพริตตี้ ที่จะออกไปโชว์ตัวงานโน่นงานนี่ โดยไม่ต้องแสดงวิสัยทัศน์ หรือ ภาพลักษณ์ผู้นำอะไรมากมาย ..
เป็นผู้นำประเทศที่ต้องนำคน ๖๕ ล้านคนเดินไปข้างหน้านั้นมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ..
แต่หากปูแดงอยากจะเป็นเพียงผู้นำโคลนนิ่งหุ่นเชิดธรรมดาๆ..
ที่พาตัวเองมาพบกับบั้นปลายแห่งความฉิบหายนั้น !!!..
มันง่ายนิดเดียว !!!..



            
......................................
วินเซนต์
ริมโขง  บึงกาฬ
๓  สิงหาคม  ๒๕๕๔

เพราะเรา "เลือก" เอง

ถามใจตัวเอง ไม่ต้องไปถามใคร
ว่าจริงๆ แล้ว "ใช่" หรือ "ไม่ใช่"

ที่ผมจะพูดต่อไปนี้





ระหว่าง "มีประโยชน์มั๊ย" กับ "อร่อยมั๊ย"
เรามักใช้ "อร่อยมั๊ย" ในการถาม เืพื่ออยากทราบเกี่ยวกับสิ่งที่ดื่มกินเข้าไป

ระหว่าง "ใช้ได้นานแค่ไหน" กับ "ราคาแพงมั๊ย"
เรามัก สนใจกับคำว่า "ราคาแพงมั๊ย" ในการถามถึงของใช้ดีๆ สักชิ้นหนึ่ง

ระหว่าง "MADE IN THAILAND" กับ "MADE IN USA"
เรามักตาลุกวาวกับ "MADE IN USA" มากกว่า ในการบอกเล่าถึงสินค้าตัวเดียวกัน

ระหว่าง "เขาินิสัยดีมั๊ย" กับ "เขาหล่อมั๊ย"
สาวๆ มักสนใจถามว่า "เขาหล่อมั๊ย" เมื่อเพื่อนหล่อนพูดถึงชายหนุ่มสักคน

.....................

สารพัดข้อเปรียบเทียบคำถาม ที่จะสามารถยกมาแสดงให้เห็นว่า
เราส่วนใหญ่ มองเห็น "คุณค่าเทียม" มากกว่า "คุณค่าแท้" ของสิ่งที่มี

เพราะเมื่อเปรียบเทียบ "ความถูกต้อง" กับ "ความถูกใจ"
เรามักเลือก "ความถูกใจ" ไว้ก่อน แม้ว่าหลายๆ ครั้งมันจะ "ไม่ค่อยถูกต้อง" เท่าไหร่นักก็ตาม

เหมือนกับการเลือกผู้แทน "เราไม่ได้เลือกคนดี" แต่เรา "เลือกคนที่เราชอบ"
ไม่ได้เลือก "พรรคที่ดี" แต่เราเลือก "พรรคที่ชอบ"
ซึ่ง..คนที่ชอบ พรรคที่ชอบ อาจจะไม่ใช่ คนดี พรรคที่ดี ก็ได้

เหมือนกับการตัดสินใจ ที่เรามักใช้ "ความลำเอียง" บางประการมา "บงการ" อยู่เสมอๆ

ลำเอียงเพราะรัก..ลำเอียงเพราะโกรธ
ลำเอียงเพราะหลง..ลำเอียงเพราะกลัว..ลำเอียงเพราะโลภ
และอีกหลายๆ เหตุผล ที่ทำให้การตัดสินใจของเรา "จากควร" กลายเป็น "ไม่ควร"

ไม่ควรแปลกใจ ที่สังคมไทยเราเปลี่ยนแปลงอะไรไปหลายๆ อย่าง อย่างไม่น่าเชื่อ

เรามีสื่อทีวี อินเตอร์เน็ต วิทยุ โทรศัพท์ ฯลฯ ง่ายต่อการติดต่อสื่อสารส่งข่าว
ความคิดเราจึง คล้ายๆ กัน สังคมจึงคล้ายๆ กัน
และค่อนข้างจะไร้สาระเหมือนๆ กัน

เพราะเรามักติดใจกันแค่เปลือก ไม่ได้สนใจแก่น

เราจึงได้ ในสิ่งที่เราเลือก เพราะเราเลือกตัวของเราเอง
เราจึงควรที่จะยอมรับ ในสิ่งที่คนส่วนใหญ่อยากให้เป็นไป

..............................

อ่านไม่จบก็ไม่ได้ว่าอะไร
อย่างน้อยที่สุด ผมก็ไม่รู้ว่าคุณอ่านจบ หรือไม่จบ

แต่ก็ขอบคุณที่แวะเข้ามาครับ
.......
สนิมกฤช
http://www.oknation.net/blog/sanimkrit/2011/08/03/entry-1

24 มิถุนายน 2475 ถึง 3 กรกฎาคม 2554

   พูดแบบชาวบ้าน ๆ ก็คงพูดได้ว่า ถึงคราวของชนเผ่าต่าง ๆ ที่มารวมตัวกันในชื่อของสยามต้องประสบเหตุที่นำมาซึ่งความยุ่งยากและการแตก ความสามัคคี ผู้คนแบ่งเป็นฝักเป็นฝ่าย มีการต่อสู้ล้มหายตายจากนับเป็นพันเป็นหมื่นชีวิต
หากจะถามว่าเป็นเรื่องที่น่าตกอกตกใจใหม คำตอบคือใช่ก็ได้ ไม่ใช่ก็ได้
ใช่เพราะในอดีตไม่เคยรุนแรงอย่างนี้มาก่อน
ไม่ ใช่ เพราะชนชาติต่าง ๆ ก่อนที่จะมารวมตัวกันตั้งประเทศและอยู่ร่วมกันอย่างสงบสันติและถูกเรียกว่า ประเทศที่พัฒนาแล้วในปัจจุบันก็เคยผ่านการต่อสู้อย่างรุนแรง มีการเข่นฆ่ากันอย่างไม่ปรานีมาแล้วทั้งสิ้น
ที่ พูดถึงประวัติศาสตร์ไม่ใช่เพราะผู้เขียนเป็นนักประวัติศาสตร์ เพียงแต่ต้องการอ้างถึงเพื่อให้คนไทยตั้งสติว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วง เวลา 80 ปีที่ผ่านมาเป็นเหตุการณ์ปรกติที่เกิดขึ้นกับมนุษย์
สรรพ สิ่งในโลกที่ได้ชื่อว่าสัตว์ล้วนแล้วแต่มีสัญชาตฌาน เอาตัวรอด ชิงอำนาจในเผ่าพันธ์เดียวกัน  ชิงอำนาจจากต่างเผ่าพันธ์ที่เป็นศัตรู  ขยายอาณาจักร และต้องการครองโลกในที่สุด (หลังจากครองโลกได้คงคิดครองจักรวาล)
การชิงอำนาจมีอยู่ตลอดเวลาเพียงแต่เปลี่ยนรูปแบบไปตามกาลเวลา
ยุคปัจจุบันก็เป็นที่รู้จักกันในชื่อว่า การเลือกตั้ง

ใน อดีตการชิงอำนาจในประเทศไทยไม่มีความรุนแรงเพราะกลุ่มคนที่มีอำนาจมีไม่มาก และอำนาจที่มีก็ไม่แข็งแรง ที่เด่นก็มีทหารกลุ่มเดียวถ้ากลุ่มนี้แบ่งผลประโยชน์ลงตัวก็อยู่กันไป ถ้าไม่ลงตัวก็มีการชิงอำนาจจากทหารกลุ่มหนึ่งไปยังทหารอีกกลุ่มหนึ่งโดยมี กลุ่มอำมาตย์ตามที่คนเสื้อแดงเรียกขานเป็นผู้สนับสนุนเพราะเป็นกลุ่มที่มี การศึกษาดี

หลัง จากคุณทักษิณปรากฏต้วรูปแบบของการชิงอำนาจก็เริ่มเปลี่ยนอย่างสำคัญ (แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นแปลกเพราะต่างประเทศได้เปลี่ยนรูปแบบไปก่อนหน้านี้แล้ว เป็นร้อยปี จากทหารกับทหารไปเป็นทหารกับนักธุรกิจ นักธุรกิจกับนักธุรกิจ แล้วพัฒนามาเป็นนักธุรกิจ (ในรูปของนักการเมือง)กับนักการเมืองอาชีพ

คุณ ทักษิณมีเครื่องมือครบทั้ง 3 อย่างที่จำเป็นต่อการชิงอำนาจ (ตามที่คุณอริสมันต์ประกาศบนเวที) คือสมอง (หลาย ๆ สมอง) เงิน (มหาศาลจากของตัวเองและพรรคพวก) และกองกำลัง (เสื้อแดง)
ใน ขณะที่คู่ต่อสู้มีเพียงกองกำลัง (ที่ไม่มีเอกภาพ) ส่วนสมองมีแต่คิดไม่ทันใช้เพราะไม่ได้ตัดสินใจคนเดียว สุดท้ายคือเงินที่มีแต่ไม่ได้ปูพื้นมานานพอและต้องรวบรวมมาจากหลายแหล่งทำ ให้จำนวนไม่มากพอ

หลังจากชนะเลือกตั้งจะเกิดอะไรต่อไป?
(ผู้เขียนไม่ได้เป็นหมอดูทุกประเภท เป็นแค่หมอเดา และที่จะเขียนต่อไปนี้ก็เป็นการเดาทั้งสิ้น)

-คู่ต่อสู้จะต้องรวมตัวกันไม่ว่าจะชอบหรือไม่ก็ตามเพราะมิฉะนั้นจะไม่มีทางสู้
-คุณ ทักษิณจะพยายามควบคุมทหาร (ถ้าทำสำเร็จประเทศไทยก็จะตกอยู่ในภาวะเผด็จการในทางปฏิบัติ) ถ้าต้องเลือกระหว่างการบริหารประเทศแบบมีธรรมมาภิบาลเพื่อให้ประชาชนสนับ สนุน กับการให้ทหารสนับสนุนผู้เขียนเชื่อว่าคนอย่างคุณทักษิณเลือกวิธีหลัง มากกว่า เพราะ
---การ จะทำให้ประชาชนชอบในการบริหารประเทศไทยเป็นเรื่องยากและใช้เวลานาน เพราะปัญหาสะสมมีมาก อีกทั้งความเหลื่อมล้ำก็ยังมีมากอยู่ การทำให้คนกลุ่มหนึ่งพอใจก็จะทำให้คนอีกกลุ่มหนึ่งไม่พอใจ
-รัฐบาล จะถูกฝ่ายค้านและคนที่ไม่ชอบคุณทักษิณป่วนให้ทำงานยากแบบเดียวกับที่เสื้อ แดงทำมาแล้ว  ส่วนจะใช้วิธีใหนก็ต้องดูฝีมือของพรรคปชปต่อไป (เชื่อว่าไม่ใช้ความรุนแรง แต่จะใช้ความตื่นตัวของประชาชนในเรื่องสิทธิในการมีส่วนร่วมตามรัฐธรรมนูญ)
-การ ให้คุณยิ่งลักษณ์เป็นนายกน่าจะเป็นได้ไม่นาน เนื่องจากคุณยิ่งลักษณ์ไม่น่าจะควบคุมเสือ สิง กระทิง แรดที่อยู่รอบตัวเต็มไปหมดได้ โอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุแบบตายน้ำตื้นจากคนรอบข้างมีสูง
โดยเฉพาะถ้าให้รางวัลเป็นตำแหน่งกับคนฉลาดแกมโกงและบ้าอำนาจ
-การ ที่คุณยิ่งลักษณ์จะอยู่ได้นานพอที่จะสร้างกระแสต้อนรับคุณทักษิณกลับบ้าน ต้องได้รับการสนับสนุนจากทหารในการอยู่เฉย ๆ ไม่ไปร่วมกับฝ่ายต่อต้านจนมีพลังพอที่จะสร้างปัญหาให้กับคุณทักษิณ
-อีก แนวทางหนึ่งที่มองข้ามไม่ได้คือสนับสนุนให้เสือ สิงเหล่านี้มีอำนาจและสร้างความวุ่นวายและไม่มีใครเอาอยู่จนต้องเชิญคุณ ทักษิณกลับมาจัดการ 
-โดย วิธีคิดของคุณทักษิณความท้าทายชิ้นสุดท้ายและเป็นการสร้างประวัติศาสตร์ทิ้ง ให้คนรุ่นหลังกล่าวขวัญถึงคือการกลับมาเป็นนายกอีกครั้งหนึ่ง เพราะสำหรับประเทศไทยแล้วสิ่งนี้คือปาฏิหารย์
-คำ ถามที่ผู้เขียนต้องเดาแบบกลัวถูกคือประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยซ้ำซากหรือไม่ว่า ในที่สุดแล้วก็จะมีการจัดสรรผลประโยชน์กันใหม่และเมื่อตกลงกันได้พรรคการ เมืองฝ่ายค้านและคนที่ไม่ชอบคุณทักษิณ ก็จะหมดความหมาย
ถ้า คุณทักษิณเลือกเส้นทางนี้ผู้เขียนเชื่อว่าคุณทักษิณและครอบครัวจะเสียใจภาย หลังอีกทั้งเหตุการณ์อาจจะพลิกผันไปในทางที่ไม่เป็นคุณต่อคุณทักษิณโดยฝีมือ ของคนที่รักคุณทักษิณเสียด้วย
-ด้วย ตัวตนของคุณทักษิณและบทเรียนที่ได้มา เชื่อว่าคุณทักษิณจะไม่เลือกเส้นทางนี้ เมื่อไม่เลือกเส้นทางนี้ก็ต้องเลือกเส้นทางที่จะกลับมาคุมเกมด้วยตัวเอง และด้วยตัวตนของคุณทักษิณอีกนั่นแหละที่ต้องกลับมาโดยเร็วเพื่อแสดงความ เฉียบคมและความเหนือกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งหมากนี้ได้วางไว้เรียบร้อยแล้วไม่ใช่เพิ่งมาคิด
-เราคงได้ดู 3 ก๊กสด ๆ กันในเมืองไทยโดยมีคุณทักษิณแสดงนำเป็นโจโฉ ต่อกรกับฝ่ายที่เหลือ
คราวนี้น่ากลัวว่าจะเป็นของจริง ส่วนว่าจะเป็นเมื่อไหร่ ก็ขอเดาว่าไม่ปีใหม่สากลก็ปีใหม่ไทย ถ้าจะเอาให้แน่ก็ให้ไปถามหมอดูเอง

วันอังคารที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2554

เงินกับต้นทุนทางการเมืองของสังคมไทย

เงินกับต้นทุนทางการเมืองของสังคมไทย (ปราโมทย์ นาครทรรพ)
"Money is the mother's milk of politics. เงินคือน้ำนมแม่ของการเมือง" (On campaign contributions ว่าด้วยเงินบริจาคหาเสียงเลือกตั้ง)

"If you can't eat their food, drink their booze, screw their women and then vote against them, you have no business being up here. ถ้าคุณกินอาหารของเขา ดื่มเหล้าของเขา นอนกับผู้หญิงของเขา แล้วไม่สามารถลงคะแนนคัดค้านเขาแล้ว คุณก็ไม่สมควรจะมาอยู่บนนี้" (On lobbyists ว่าด้วย ล็อบบี้ยิสต์)

1.Jesse Marvin Unruh (September 30, 1922 -August 4, 1987), ประธานสภาผู้แทนรัฐคาลิฟอเนีย ดาวรุ่งพุ่งแรงแข่งกับอนาคตประธานาธิบดีเรแกน มีฉายาว่า Big Daddy Unruh เป็นผู้นำพรรคเดโมแครตระดับชาติของคาลิฟอเนีย ภายหลังเป็น California State Treasurer รัฐมนตรีคลังของรัฐคาลิฟอเนีย ซึ่งเป็นตำแหน่งเลือกตั้ง

.............................................................................


ผู้นำในระบบราชการและการศึกษาไทยน่า จะนับร้อยคนเป็นศิษย์เก่ามหาวิทยาเซ้าเทอร์นคาลิฟอเนีย หรือ USC ที่มีทีมฟุตบอลโด่งดัง ชื่อ The Trojan มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด มี John F Kennedy School of Government ทีเลื่องชื่อ The University of Southern California Department of Political Science ก็มี the Jesse M. Unruh Institute of Politics ที่ลือชาเหมือนกัน

ทั้งสองแห่งนี้ หากใครอยากรู้เรื่องบทบาทของเงินในการเมืองอเมริกัน (Money in American Politics) ก็สามารถจะไปเรียนได้ถึงระดับปริญญาเอกและสูงขึ้นไปอีก(post doctoral) เนื้อหาของหลักสูตรก็คงจะไม่หนีกัน ที่ต่างกันก็คงจะเป็นบรรยากาศ ลวดลายของครู และคุณภาพของนักเรียน ท่านที่อยากรู้ก็ลองเปิด google ดู syllabus on Money in American Politics ก็คงจะรู้ว่าใครสอนอะไรอย่างไร

แม้ "เงิน"จะมีความสำคัญในการเมืองเหมือนกับ "น้ำนมแม่" แต่เงินก็เป็นเพียง 1 ในต้นทุนทางการเมือง (political capital) ซึ่งไม่มีใครรู้แน่ว่าคืออะไร และมีอะไรบ้าง อะไรสำคัญกว่ากัน รู้แต่ว่าเงินเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ แต่บทบาทของเงิน และต้นทุนทางการเมืองของอเมริกันและไทยต่างกันอย่างไร ตอบได้ว่าต่างกันแน่ๆ และต่างมากเสียด้วย

ผู้เขียนไปสนทนากับนักศึกษาปริญญาเอกกับคณาจารย์มหาวิทยาเอกชนมีชื่อแห่ง หนึ่งเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เรื่อง"ทุนทางการเมืองของสังคมไทย" ได้ประเมินผลตนเองว่า เกือบสอบตก สาเหตุก็คือความไม่แน่ใจว่า ตนเองควรจะไปพูดหรือไม่ เกรงว่าการไปพูดนั้นเท่ากับการส่งเสริมให้การเรียนปริญญาเอกแพร่หลายในเมือง ไทย ซึ่งผู้เขียนไม่เห็นด้วย ผู้เขียนอยากเห็นการทุ่มเทปฏิรูปการศึกษาไทยให้มีความยุติธรรมทั่วถึง สอดคล้องกับฐานะและความต้องการที่แท้จริงของบุคคลชุมชนและประเทศ และมีคุณภาพที่ดีพอที่จะทำให้ผู้ที่จบมัธยม 3 สามารถ "มีความรู้-อยู่กับบ้าน-การงานดี-มีความสุข-ทันยุคทันโลก" ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำได้ และถ้าหากทำได้เช่นนั้น เราก็จะรักษาสถาบันครอบครัว ชุมชนหมู่บ้าน การปกครองท้องถิ่นไว้ได้ ให้เป็นทุนหรือรากฐานสำหนับพัฒนาการเมืองและเศรษฐกิจระดับประเทศต่อไป ตรงนี้ก็แปลได้แล้วว่า คุณภาพของประชาชน คือ ทุนทางการเมืองของประเทศ

ทุกวันนี้หรือนานมาแล้ว เมืองไทยเดินหน้าไปสู่ความล่มสลายเพราะการโกหกหลอกลวงและเอาเปรียบกันทั้ง ประเทศ ด้วยสิ่งที่ผู้เขียนเรียกสั้นๆว่า การคอร์รัปชั่นอำนาจและคดโกงบ้านเมือง ซึ่งมีอุปกรณ์ 2 อย่าง คือกำลังทหารและระบบราชการ กับทุน

เนื่องจากเราเป็นประเทศทุนนิยมล้าหลัง นายทุนหรือผู้มีทุน จึงจะมีโอกาสเป็นนาย ผู้ที่ยากจนหรือด้อยการศึกษาจึงต้องตะเกียกตะกายที่จะหาโอกาสเรียนสูงๆหรือ ทำงานดีๆ เพื่อจะได้มีโอกาสเปลี่ยนฐานันดรไปเป็นชนชั้นปกครองเต็มภาคภูมิ จะได้กอบโกยเอาอำนาจและทุนมาตุนไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้คนที่มีทุนมากกว่ามาแย่งชิงสิ่งที่ตนหามาได้ด้วยยาก

ที่ผู้เขียนยินดีไปพูดวันนั้นเพราะผู้เขียนชอบการแสวงหาความรู้และมีความ เคารพในตัวคณาจารย์และนักศึกษา ซึ่งผู้เขียนเห็นจากข้อมูลที่ส่งมาให้แล้ว พอจะอนุมานได้ว่า มีความตั้งใจจะเรียนรู้จริง

แต่ความยากลำบากอย่างหนึ่งในการสนทนาก็คือ ทุนหรือความรู้หรือความเข้าใจเรื่องทุนของเรายังไม่เพียงพอ ในขณะที่ทุนเองก็เป็นเรื่องที่เข้าใจยากมาก หนังสือเล่มหนึ่งของKarl Marx ที่ทำให้เกิดความเคลื่อนไหวทางการเมืองทั่วโลก ทั้งในประเทศและนานาชาติมีชื่อสั้นๆว่า ทุน ผู้เขียนไม่ได้ถามว่าทั้งนักศึกษาและคณาจารย์มีกี่คนที่ได้เคยอ่าน ดังนั้นจำเป็นจะต้องปูพื้นฐานทางทฤษฎีและความเป็นจริงต่างๆทางสังคมวิทยา จิตวิทยา ปรัชญา ฯลฯของสำนักดิดต่างๆ เสียก่อน

ความเข้าใจเรื่องทุนในสังคมไทยมีน้อยมาก เพราะเราเป็นสังคมกึ่งชนบทกึ่งเมือง จึงมักจะเข้าใจสิ่งที่มองเห็นจับต้องได้เป็นรูปธรรมเช่น เงิน ดีกว่าทุนซึ่งเป็นนามธรรม คนไทยจึงมีคำพังเพยว่า "มีเงินมีทองพูดได้ มีไม้มีไร่ปลูกเรือนงาม"

เป็นที่รู้กันว่าเงินเป็นปัจจัยชี้ขาดผลรวมในการเลือกตั้งของไทย ต่างกับอเมริกันที่เงินซึ่งถึงแม้จะเป็นปัจจัยที่ขาดไม่ได้เหมือนกัน แต่ผลของการเลือกตั้งทั้งรวมและย่อยคือ รายบุคคล ขึ้นอยู่กับทุนทางการเมืองอื่นๆซึ่งมิใช่เงิน

เงินที่ซื้อการเลือกตั้งได้ก็คือ เงินที่ซื้ออำนาจรัฐได้ของไทย ก็ต่างกับของอเมริกันอีก คือของเรามีแหล่งที่มาจากนายทุนและพรรคพวกที่เป็นเจ้าของพรรคอย่างเดียว แต่ของอเมริกันมาจากกองเชียร์พรรคหรือกองเชียร์ผู้สมัครรายเล็กรายน้อย เมื่อรวมกันแล้วมากกว่าเงินบริจาคของกลุ่มผลประโยชน์หรือล็อบบี้ที่ Unruh พูดถึง และทุนที่ล็อบบี้ให้ ก็ใช่ว่าจะสั่งนักการเมืองอเมริกันที่นั่งอยู่ "บนนั้น"ได้ง่ายๆ เพราะนักการเมืองแบบ Unruh มีมากกว่านักการเมืองที่เป็นทาสนายทุนที่สั่งส.ส.ได้เหมือนกับระบบเผด็จการ ทุนนิยมพรรคสามานย์ตามคำนิยามของศ.ดร.อมร จันทรสมบูรณ์

นางสดศรี สัตยธรรม 1ใน 5 กกต.อนุมานว่าการเลือกตั้ง 3 กรกฎาที่ผ่านมา ต้องใช้เงินหลายหมื่นล้านบาทต่อสู้กัน แต่นางสดศรีและคณะไม่ยักทำอะไร ทั้งๆที่รู้ว่าผู้สมัครทุกคนหากใช้เงินเกิน1 ล้าน5แสนบาทก็ถือว่าผิดกฎหมาย "เมื่อมีหลักฐานอันควรเชื่อได้" ดังนี้ กกต.ก็สมควรวินิจฉัยตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย แต่กกต.ก็บังคับให้คนไทยเป็นไอ้และอีโกหกทั้งชาติเหมือนกับตนเอง แสดงว่าเงินสำคัญกว่า และนางสดศรีกับกกต.ทั้งคณะไม่มีค่าหรือมิใช่ทุนทางการเมืองของสังคมไทยแม้ แต่นิดเดียว

พระรักเกียรติ รักขิตธัมโม หรืออดีตฯพณฯนายรักเกียรติ สุขธนะ อดีตรมว.กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นอดีตนักโทษชายชั้นดีได้รับการปลดปล่อยภายใน 5 ปีจากการพิพากษาจำคุก 15 ปีฐานคอร์รัปชั่นเงินเพียง 5 ล้านบาท พระรักเกียรติเขียนสูตรการซื้ออำนาจรัฐไทยว่า สามารถทำได้โดยใช้เงินประมาณ3 หมื่นล้านบาท เอาจำนวนที่นั่งเสียงข้างมากในสภาหารดูก็จะรู้ว่า ส.ส.คนหนึ่งต้องใช้เงินเท่าไร จะได้เอาไปฟาดหัว กกต.ฐานทำให้ไทยเป็นชาติของ "ลูกอีโกหก"

พระรักเกียรติสรุปว่าการเลือกตั้งแบบนี้ มิใช่คำตอบของชาติ เพราะสู้เลือกตั้งด้วยเงินกันเสร็จแล้วยังต้องมาประมูลเก้าอี้รัฐมนตรีสู้ กันอีก พระรักเกียรติผ่านการเลือกตั้งมา 7 ครั้งชนะรวด ได้เก้าอี้รัฐมนตรี 5 ครั้ง และเล่าว่าเป็นรัฐมนตรีไทยเงิน 1 พันล้านไม่ต้องหา อยู่เฉยๆมันมาเอง รวมทั้งลาภยศอื่นๆและผู้หญิง แบบเดียวกับที่ Unruh เล่า ต่างกันที่ของไทยต้องคืนทุนและตุนกำไรเอาไว้ให้เจ้าของทุนครองประเทศต่อไป สรุปแล้วนักการเมือง พรรคการเมือง และรัฐบาล กลับมิใช่ทุน หากเป็นหนี้ทางการเมืองของสังคมไทยไป

คำวาทุนทางการเมือง คนไทยไปยืมมาจากคำฝรั่งว่า political capital ซึ่งเป็นคำที่ไม่มีในปทานุกรม และไม่มีฐานะเป็นศัพท์ในวิชารัฐศาสตร์ คำนี้มีที่มาจากคำพูดของประธานาธิบดีที่ได้ชื่อว่าทึ่มที่สุดของอเมริกา ผู้ที่พูดและเขียนผิดๆถูกๆเป็นประจำ ได้แก่ George W. Bush ซึ่งกล่าวภายหลังการเลือกตั้งปี 2004 ว่า เขาได้ earned political capital มาจากการเลือกตั้ง จึงจะต้องนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ตลอดสมัย ท่านผู้อ่านลองทบทวนผู้นำไทยดูมีใครที่อ้างทุนทางการเมืองอย่างเดียวกับ George W. Bush บ้าง

ทุนทางการเมืองดั้งเดิมหมายถึงราคาผู้นำที่ตีค่าโดยประชาชนว่าควรนั้นคนนี้ สมควรได้รับเลือกมากที่สุด เพราะมี 1,2,3,4ที่เป็นที่ชื่นชอบของประชาชน ทุนทางการเมืองของแต่ละคนจึงไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับเวลา และสถานที่กับตัวบุคคล เช่น ผิวสีของโอบามาอาจเป็นทุนกับผู้เลือกผิวดำ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม สังคมย่อมมีทุนทางการเมืองได้ นายมีชัย ฤชุพันธุ์เคยอธิบายว่า ไทยเรามีทุนทางการเมืองต่ำ เพราะมูลค่าของนักการเมืองและประชาชนมีต่ำ ดังนั้น ทุนทางการเมืองของสังคมน่าจะหมายถึงคุณภาพของประชาชน ความเข้มแข็งมั่นคงของชุมชนและประเทศ ความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดี องค์กรสถาบันและภาวะผู้นำที่เข้มแข็ง พลังและศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งทีดีกว่าฯลฯ

ถ้าเป็นเช่นนี้ ก็น่าวิตกเพราะเงินซึ่งมีบทบาทยิ่งกว่าพระเจ้าได้ถูกกำหนดและยอมให้เป็น ปัจจัยชี้ขาดในการเมืองไทย เงินนี้ก็จะเพิ่มอำนาจ และอำนาจก็จะเพิ่มเงิน ในขณะที่ทั้งสองปัจจัยนี้จำเริญขึ้นเรื่อยภายใต้การผูกขาดของบุคคลและกติกา การเมืองและสังคม ทุนทางการเมืองอื่นๆที่สำคัญและดีกว่าข้างต้นก็จะสร้างขึ้นมาไม่ได้ และที่มีอยู่ก็นับวันจะหมดไป

หวังว่าท่านผู้อ่านโดยเฉพาะอย่างยิ่งนักศึกษาและคณาจารย์ที่ได้ร่วมสนทนากันจะได้ช่วยกันศึกษาขบคิดและหาวิธีแก้ไขกันต่อไป/***
การพัฒนาคนให้เป็นคน 
การพัฒนาคนให้เป็นคนที่มีความสมบูรณ์นั้นแต่ละประเทศและแต่ละองค์กรถือว่ามี ความสำคัญมากเป็นพิเศษ เพราะคนเป็นทรัพยากรของชาติและเป็นหัวใจขององค์กร คนมีความสำคัญต่อความอยู่รอดของชาติหรือขององค์กรแต่ละแห่ง

ชาติที่มีการพัฒนาคนเป็นอย่างดี ทำให้คนในประเทศมีระเบียบวินัยมีสมาธิและมีความมุ่งมั่นที่ดีชาติหรือประเทศ นั้นจะสามารถเจริญก้าวหน้าไปด้วยดี คนจึงถือเป็นทรัพยากรของชาติที่มีความสำคัญมากที่สุดอาจจะกล่าวได้ว่า มากกว่าทรัพยากรที่มีค่าอื่นใดทั้งสิ้น

ตัวอย่างของชาติที่มีการพัฒนาคนที่ดีและมีความเข้มแข็งคือไต้หวัน ญี่ปุ่น เยอรมนี อิสราเอล สิงคโปร์ และเกาหลีใต้ ทั้ง 6 ชาติไม่ได้มีทรัพยากรที่มีค่าภายในประเทศมากนัก แต่การที่ชาติเหล่านี้มีคนซึ่งเป็นทรัพยากรที่สำคัญมีคนที่เก่งและเสียสละ เพื่อชาติบ้านเมืองทำให้ชาติตั้งอยู่ได้อย่างองอาจมั่นคงและมีศักดิ์ศรี

ประเทศไทยเรานั้นมีจุดอ่อนสำคัญก็คือการขาดการพัฒนาคนให้เป็นคน ผู้นำรัฐบาลที่ผ่านๆมาไม่ค่อยให้ความสำคัญในการพัฒนาคนให้มีความเป็นคนที่ สมบูรณ์จึงทำให้ประเทศชาติของเราเกิดปัญหาและเกิดความแตกแยกทางด้านการ เมืองอย่างรุนแรงเพราะผู้นำรัฐบาลบางคนที่มีความเห็นแก่ตัวมากกว่าชาติ

การพัฒนาทรัพยกรมนุษย์ของชาตินั้นถือว่าเป็นความจำเป็นและมีความสำคัญเป็น อันดับหนึ่ง ในอนาคตอันใกล้นี้ประเทศของเราจะมีผู้นำรัฐบาลคนใหม่คือน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรซึ่งถือเป็นคนรุ่นใหม่และน่าจะมีความเข้าใจเรื่องการพัฒนาคนให้เป็น คนที่มีความสมบูรณ์เป็นอย่างดี

ในเมื่อคนมีความสำคัญและเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าของชาติ การวางนโยบายในเรื่องการพัฒนาคนในชาติจึงมีความสำคัญไม่แพ้การพัฒนาการทาง เศรษฐกิจ ทั้งนี้รวมไปถึงการวางตัวบุคคลเข้ามาทำงานในหน้าที่การพัฒนาคนด้วยไม่ว่าจะ เป็นกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงวัฒนธรรมและกระทรวงพัฒนาสังคมและทรัพยากรมนุษย์

การพัฒนาคนนั้นหมายถึงกระบวนการดำเนินงานที่ส่งเสริมให้คนเพิ่มความรู้และ ทักษะมีพฤติกรรมการทำงานที่เหมาะสมกับงานที่รับผิดชอบซึ่งเป็นการเพิ่ม ศักยภาพของคนให้สามารถปฏิบัติงานให้ชาติบ้านเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ด้วยเหตุนี้การที่ผู้นำรัฐบาลคือน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรจะเลือกให้ใครเข้ามาทำหน้าที่เป็นรัฐมนตรีว่าการและรัฐมนตรีช่วยว่า การของกระทรวงที่มีความเกี่ยวข้องกับการพัฒนาคนจะต้องให้ความสำคัญด้วยว่าคน ที่จะมาทำหน้าที่เป็นัฐมนตรีทั้ง 5 กระทรวงนี้มีคุณสมบัติที่เหมาะสมมีความรู้และความสามารถที่จะปฎิบัติงานได้ อย่าเลือกคนที่ไร้ประสิทธิภาพมาทำงานเพราะอาจจะทำให้ยโยบายในการพัฒนาคนไม่ ประสบความสำเร็จ